ต่อปลั๊กพ่วงกับ UPS ได้ไหม?
คำตอบคือ “ได้ค่ะ แต่ต้องระมัดระวัง” การต่อปลั๊กพ่วงกับ UPS นั้นสามารถทำได้ แต่จริงๆทางเราจะไม่ค่อยแนะนำเพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าสุดวิสัย อยากให้คำนึงเหล่านี้ค่ะ
- ปลั๊กพ่วงที่ใช้งานต้องรองรับกำลังไฟ (Watt) ได้มากกว่ากำลังไฟฟ้ารวมของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทั้งหมด เช่น หากมีการต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง และจอภาพ 2 จอที่ใช้ไฟรวม 500W ปลั๊กพ่วงที่ใช้ก็ควรสามารถรองรับไฟได้มากกว่า 500W เช่น 2200W เป็นต้น
- การใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น ไฟกระชาก ความร้อนสะสม หรือทำให้ upsเสียบปลั๊กพ่วง แล้วไม่สามารถทำงานได้เต็มที่
ตัวอย่าง : วิธีคำนวณกำลังไฟที่ใช้งาน
UPS ตัวอย่าง:
- กำลังไฟสูงสุด: 1000W
- เหมาะสำหรับ: คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1-2 เครื่อง พร้อมจอภาพ
ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน:
- คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 1 เครื่อง: ใช้กำลังไฟ 300W
- จอภาพ 2 จอ: ใช้กำลังไฟจอละ 100W รวมเป็น 200W
- เราท์เตอร์อินเทอร์เน็ต: ใช้กำลังไฟ 50W
การคำนวณกำลังไฟทั้งหมด:
300W (คอมพิวเตอร์) + 200W (จอภาพ) + 50W (เราท์เตอร์) = 550W
เมื่อได้ตัวเลขนี้แล้ว ก็จะเห็นได้ว่ากำลังไฟที่ใช้งาน (550W) ยังอยู่ในขอบเขตของ UPS ตัวนี้อยู่ (1000W) ซึ่งหมายความว่า UPS รุ่นนี้เหมาะสมกับการใช้งานนี้ได้ค่ะ
การเลือกปลั๊กพ่วงที่เหมาะสม:
ควรเลือกปลั๊กพ่วงที่รองรับกำลังไฟได้มากกว่า 2200W เพื่อความปลอดภัย โดยตรวจสอบว่ามีมาตรฐาน มอก. และระบบป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection) ด้วยค่ะ
ตัวอย่าง : การใช้งานจริง
จะลองยกตัวอย่างการใช้งานจริงให้เห็นภาพมากขึ้นนะคะ
กรณีที่ 1:
ถ้าลูกค้ามีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ต้องใช้งานร่วมกับจอภาพขนาดใหญ่ 2 จอ พร้อมทั้งลำโพงเล็กๆ และเราท์เตอร์อินเทอร์เน็ต ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงาน หากช่องเสียบของ UPS มีเพียง 2 ช่องเท่านั้น ก็จะไม่เพียงพอ เลยต้องการต่อพ่วงups
ดังนั้น สามารถใช้ UPS เพื่อจ่ายพลังงานให้กับปลั๊กพ่วงที่เชื่อมต่อกับจอภาพและลำโพงได้ (ซึ่งใช้กำลังไฟน้อยกว่าคอมพิวเตอร์) ในขณะที่ช่องปลั๊กของ UPS ช่องอื่นอาจเสียบกับคอมพิวเตอร์โดยตรง วิธีนี้ช่วยให้จัดการโหลดไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
กรณีที่ 2:
ถ้าลูกค้ามีโฮมเธียเตอร์ในห้องนั่งเล่นที่ต้องเชื่อมต่อทั้งทีวี เครื่องเสียง และกล่องรับสัญญาณ การใช้ UPS คู่กับปลั๊กพ่วงก็สามารถช่วยป้องกันไฟกระชากที่อาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่าสูงเสียหายได้
ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้ปลั๊กพ่วงคุณภาพสูง รองรับกำลังไฟได้มากกว่าโหลดทั้งหมด และมีระบบป้องกันไฟกระชาก เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งานทั้งหมดจะปลอดภัยและไม่เกิดปัญหาใดตามมาจริงๆ

สาเหตุที่ UPS และปลั๊กพ่วงเสียหาย
ทั้งหมดนี้คือ โอกาสที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นนะคะ อยากให้ลูกค้าพึงระวังไว้ก่อนค่ะ
- ปัญหาไฟกระชากทำให้ UPS เสีย : การใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่มีระบบป้องกันไฟกระชากอาจส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อ รวมถึง UPS ได้รับความเสียหายจากแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินไป ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้วงจรภายในของ UPS เสื่อมสภาพและใช้งานไม่ได้ค่ะ
- ความร้อนสะสมจากปลั๊กพ่วงคุณภาพต่ำ : ปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีระบบระบายความร้อนที่ดี อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมเมื่อใช้งานนานๆ โดยเฉพาะหากเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน ความร้อนที่เกิดขึ้นนี้อาจส่งผลให้ปลั๊กพ่วงชำรุด และอาจลามไปถึง UPS
- การโหลดไฟฟ้าเกินกำลังทำให้ UPS ตัดไฟ : การเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชิ้นผ่านปลั๊กพ่วง โดยไม่ได้คำนึงถึงกำลังไฟที่ UPS รองรับ มีโอกาสเกิดโหลดไฟฟ้าเกินขีดจำกัด และด้วยระบบความปลอดภัยของ UPS อาจจะตัดไฟอัตโนมัติเพื่อป้องกันความเสียหาย หากเกิดเหตุการณ์นี้บ่อยครั้ง อาจทำให้ UPS เสื่อมสภาพไวค่ะ
สุดท้ายนี้ การต่อปลั๊กพ่วงกับ UPS สามารถทำได้ แต่ต้องเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม โดยตรวจสอบกำลังไฟของอุปกรณ์ทั้งหมด และเลือกปลั๊กพ่วงที่รองรับกำลังไฟได้มากกว่าโหลดที่ใช้งานจริง
หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อ Maxipowerplus เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ upsต่อปลั๊กพ่วง หรือ การต่อพ่วงups ได้เลยค่ะ ทีมงานของเรายินดีให้คำแนะนำเสมอ